2006/Feb/12

~ Truth of Geisha ~
("Memoirs of a Geisha")




เรื่องของ เกอิชา ที่กำลังเป็นภาพยนตร์ฉายอยู่ทั่วโลก

รวมทั้งในประเทศไทยขณะนี้ คือภาพยนตร์เรื่อง
Memoirs of a Geisha ซึ่งแปลว่า บันทึกความทรงจำของเกอิชาคนหนึ่ง
มิใช่แปลว่า
นางโลมโลกจารึก อย่างที่เป็นชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์


Memoirs of a Geisha เป็นหนังสือนวนิยายซึ่งเขียนโดยนักเขียนขาวอเมริกัน
ชื่อ Arther Gloden พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ Chatto and Windus
ของอังกฤษในปี 1977 (..2520) และเป็นนวนิยายยอดนิยมอันดับที่ 62
ในจำนวนนวนิยาย 100 เรื่องที่ติดอันดับครองความนิยมสูงสุดของชาวอังกฤษ
โดยการสำรวจของสำนักข่าว BBC ในปี ค..2003 (..2546)

Memoirs of a Geisha ซึ่งถูกตั้งชื่อว่า นางโลม โลกจารึก
สร้างความเข้าใจผิด
ว่า เกอิชาเป็นนางโลมหรือโสเภณี แถมยังบอกว่าเป็นนางโลมระดับโลกซึ่งก็ผิดอีก
เพราะซายูริ(ในภาพยนตร์) เป็นเพียงเกอิชาระดับชาติ (ญี่ปุ่น) โลกไม่รู้จักอะไรนักหนา

เกอิชามิใช่โสเภณีชั้นสูง มิใช่โสเภณีชั้นไหนๆทั้งสิ้น เกอิชามิใช่หญิงขายบริการดังที่โลกเข้าใจผิด
อยู่เรื่อยมา เกอิชาไม่มีหน้าที่บำรุงบำเรอทางเพศแก่ชายใด ไม่ใช่
นางบำเรอ ไม่ใช่หญิงงามเมือง

แต่เกอิชา คือ ศิลปิน

..คำว่า เกอิ (Gei) ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ศิลปะ หรือ Arts ในภาษาอังกฤษ
ดังนั้น คำว่า
เกอิชา
(Geisha) แปลว่า บุคคลผู้ประกอบอาชีพด้วยศิลปะ

ทั้งนี้ เพราะกว่าจะเป็นเกอิชาได้ เด็กสาวญี่ปุ่นต้องผ่านการเรียน การฝึกอบรม
การฝึกซ้อม การดูงาน เป็นเวลายาวนาน

โรงเรียนฝึกเป็นเกอิชาอาชีพ เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนวิชาเตรียมตัวเป็นเกอิชา
โดยเฉพาะตามประเพณีดั้งเดิม เด็กปู้หญิงที่ต้องการจะเป็นเกอิชาจะเริ่มเข้าโรงเรียนตั้งแต่
อายุน้อย ตามประเพณีเลขอายุที่เป็นมงคลในการเริ่มเข้าโรงเรียนเกอิชา คือ 3 ปี กับ 3 วัน



วิชาแรกที่สำคัญต้องเรียนก่อน คือวิชาฟ้อนรำและพิธีชงชา
ซึ่งเกอิชาจะต้องใช้ศิลปะสองแขนงนี้มาก ในเวลาที่รับงานบริการลูกค้าตามงานเลี้ยงต่างๆ

วิชาดนตรีเป็นสาขาวิชาที่ละเอียดอ่อน ต้องฝึกฝนการเล่นเครื่องดนตรีพื้นเมืองญี่ปุ่นหลายชนิด
ทั้งกลองซึตซึมึ (กลองเล็ก) , กลองไตโกะ (กลองใหญ่)
เรียนรู้วิธีตีกลองใหญ่แบบสองมือ (อิชูโกมิ และ ซาราชิ) เรียนเป่าขลุ่ยแบบญี่ปุ่น
และโดยเฉพาะเครื่องสายชิ้นสำคัญของญี่ปุ่น เรียกว่า ชามิเซ็น (Shamisen)

นักเรียนเกอิชาต้องเรียนวิชาร้องเพลงหลายประเภท เช่น เพลงพื้นบ้านแบบต่างๆ
เพลงจากละครกาบูกิ และเพลงจากบทกวีนิพนธ์ต่างๆ
แม้ชาวตะวันตกอาจจะไม่ซาบซึ้งในเพลงพิ้นบ้านญี่ปุ่น จนบางคนวิจารณ์ว่า
ฟังดูแล้ว
เหมือนแมวร้องครวญครางในลานวัดก็ตาม
แต่เกอิชาถือเรื่องการร้องเพลงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการฟ้อนรำ
ในทุกๆงานที่เกอิชารับเชิญไปบริการต้องมีการร้องเพลง และฟ้อนรำให้ฟังและชมเสมอ

เกอิชาต้องฝึกกิริยามารยาท การวางตัว การรู้จักพูดคุย เอาใจชายลูกค้าทั้งขาจรและประจำ
ที่เธอตระเวนไปดูแลในแต่ละคืน ตามห้องจัดเลี้ยงในโรงน้ำชาหลายแห่ง ตามที่มีการนัดหมาย
เกอิชาต้องฝึกการพูดสำเนียงในเมือง จะพูดเหน่อแบบคนต่างจังหวัดไม่ได้
การแต่งตัว การเลือกชุดกิโมโนที่สวยงามราคาแพง มีความหมายมากสำหรับชีวิตเกอิชา
จริตกิริยา การยืน การเดิน การนั่ง การใช้สายตาเพื่อสะกดจิตตรึงหัวใจชายลูกค้าให้หลงใหล
การใช้เสน่ห์แห่งสายตา และจริตแห่งความเป็นหญิงเป็นเรื่องสำคัญมาก
เด็กๆที่ผ่านการศึกษาอบรมจนใกล้เป็นเกอิชา จริงๆแล้วต้องมีเกอิชาที่มีชื่อเสียงรับเลี้ยงดู
และฝึกอบรมให้ และให้ปฏิบัติตนตามแบบพี่เกอิชาโดยใกล้ชิด เสมือนเด็กฝึกงานเป็นน้องสาว
และตัวเกอิชาผู้รับเด็กมาฝึกนั้นเป็นเสมือนพี่สาว




การนุ่งกิโมโนอย่างมิชิดและซับซ้อน เป็นประเพณีของสตรีญี่ปุ่น แต่กิโมโนของเกอิชานั้น
สวยงามราคาแพงกว่ากิโมโนปกติสำหรับสตรีทั่วไป เกอิชาจะไม่เปิดเผยส่วนใดของร่างกาย
ให้ชายใดหรือลูกค้างานเลี้ยงคนใดได้เห็นมากนัก เริ่มจากส่วนล่างสุดของร่างกายคือเท้า
เกอิชาก็ใส่ถุงเท้าแบบกลัดกระดุมปิดมิดชิด สูงขึ้นไปก็จะเห็นแต่มือ ลำคอ ใบหน้าและ
ศีรษะที่แต่งทรงผมอย่างวิจิตรพิสดาร โดยส่วนใหญ่เกอิชาจะทำผมสูงทรงลูกท้าผ่าซีก
เป็นสัญลักษณ์เชิงเพศภาษา สำหรับใบหน้านั้น ก็แต่งทับด้วยเครื่องแต่งหน้าซึ่งในสมัยโบราณ
จะใช้สมุนไพรและวัสดุพื้นบ้านแต่งหน้า ทับผิวหน้าหนาจนไม่เห็นใบหน้าหรือผิวหน้าที่แท้จริง

ดังนั้น โดยวัฒนธรรมอันว่าด้วยความรู้สึกทางเพศและความงามของสตรีแล้ว
ชายชาวญี่ปุ่นจะเห็นว่า ลำคอด้านหลัง ของผู้หญิงจะสวยที่สุด ดูปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศ
หรือ Sexy มากที่สุด ต่างกับชาวตะวันตกหรือชายไทยที่มองว่า ขาหรือหน้าอกของผู้หญิง
จะเป็นส่วนเร้าอารมณ์มากที่สุด

ใบหน้าของเกอิชาที่พอกด้วยแป้งและเครื่องแต่งหน้าจนหนากลบผิวหน้าจริงๆ
กลายเป็นสิ่งเร้าอารมณ์อย่างดี เพราะเป็นการท้าทานให้อยากเห็นอยากสัมผัส
ผิวหน้าที่แท้จริงของสาวงามผู้นั้น

ส่วนของร่างกายอีกส่วนหนึ่งของหญิงญี่ปุ่นที่เร้าอารมณ์มากๆคือ ส่วนแขน
เนื่องจากกิโมโนจะคลุมแขนไว้หมดที่เห็นก็เพียงส่วนมือที่โผล่มาเทกาน้ำชาให้ลูกค้า

มีอีกอย่างหนึ่งที่เกอิชาไม่ทำ นั่นก็คือศิลปะการจัดดอกไม้ บรรดาเกอิชาทั้งหลายเห็นว่า
หากจะดูแลบริการเอาใจลูกค้าชายหนุ่มแก่ทั้งหลาย มัวแต่ไปจัดดอกไม้ให้
ดูเห็นทีทุกคนจะม่อยหลับเท่านั้นเอง

เกอิชาไม่ใช่คนเสิร์ฟอาหาร,น้ำชา หรือเหล้าสาเก
จะมีเด็กคนอื่นในร้านนำอาหารและเครื่องดื่มต่างๆเข้ามาให้ในห้องจัดเลี้ยง
แล้วเกอิชาจะเป็นคนดูแลบริการต่อให้จะไม่ออกจากห้องไปเอาอาหารหรือเครื่องอื่ม
มาเติม จะออกไปก็ต่อเมื่อพาลูกค้าไปห้องน้ำคอยเปิดประตูห้องน้ำให้เท่านั้น

เกอิชาที่โก่งดังเป็นดาราเพียงคนเดียว สามารถทำรายได้เลี้ยงผู้คนในบ้าน(หรือโอกิย่า)ได้ทั้งหมด
ตั้งแต่เจ้าของสำนัก ที่เรียกว่ายาย ตลอดไปจนถึงตำแหน่งอื่นๆในสำนัก คือ แม่
ป้า พี่สาว น้องสาว เด็กรับใช้ในบ้าน คนแต่งตัว และสารพัดตำแหน่งที่เรียกกันในบ้าน
การทำงานหนักตลอดทั้งคืนของเกอิชาทำให้เหน็ดเหนื่อย บางทีการต้องดื่มมากๆกับลูกค้า
เมื่อกลับมาบ้านก็มักจะเมาแทบหมดแรงไร้สติ ทุกคนในบ้านจึงต้องดูแลเอาใจเกอิชากันเต็มที่
ช่วยกันอาบน้ำ แต่งตัว จัดห้อง ปูที่นอน ทำทุกอย่างให้อย่างเอาอกเอาใจ
เพราะเกอิชาคือคนทำเงินเข้าบ้าน ชีวิตส่วนตัวของเกอิชาในบ้าน
หรือในห้องนอนส่วนตัวจึงมักไม่มีระเบียบ

เมื่อผ่านการเรียน การฝึกฝนอบรมโดยสมบูรณ์แล้ว เด็กฝึกงานเกอิชาที่เฝ้าตามติดเกอิชาพี่สาว
ก็ได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นเกอิชาตัวจริง ได้เปลี่ยนผ้าคอปกกิโมโนจากสีแดงเป็นสีขาว
ออกงานด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีพี่สาวตามไปด้วย เมื่อได้เป็นเกอิชาอาชีพเต็มตัวแล้ว
จะต้องไปขึ้นทะเบียนตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
เพื่อจะให้อนุญาตประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และอย่างมีเกียรติในฐานะ
ผู้ประกอบวิชาชีพศิลปะแห่งเกอิชา

ปัญหาของผู้อ่านหนังสือหรือดูภาพยนตร์เรื่อง Memoirs of a Geisha
จะหมดไปหรือยัง เมื่ออ่านมาถึงตอนนี้ โดยเฉพาะในเรื่องความคิดเดิมๆที่ว่า
เกอิชา เป็น โสเภณีชั้นสูง ทั้งๆที่ผู้เขียน อีกทั้งกฎหมาย และวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ก็ยืนยันย้ำหนักแน่นว่า
เ ก อิ ช า เ ป็ น ศิ ล ปิ น ไ ม่ ใ ช่ โ ส เ ภ ณี


แต่ชีวิตของเกอิชาหลีกเลี้ยงการเอารัดเอาเปรียบทางเพศของชายญี่ปุ่นไม่ได้
การล่วงละเมิดทางเพศด้วยการบังคับการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเกอิชากับลูกค้า
จึงเกิดขึ้นได้เสมอ

โดยปกติ เกอิชาจะไม่แต่งงาน ไม่มีเพศสัมพันธ์กับลูกค้า
จะอยู่เป็นโสดไปจนแก่ เป็นแม่หรือเป็นยายเกอิชาจนสิ้นชีวิต
แต่เกอิชาก็เหมือนคนทั่วไปที่ย่อมมีความรักได้



เมื่อชีวิตของเกอิชาอยู่กับการใช้ศิลปะบริการผู้ชายตามงานเลี้ยงที่จัดตามโรงน้ำชา
ตลอดทั้งคืน ทุกคืนแต่ละคืนอาจต้องไปรับงานหลายแห่งไม่ต่างอะไรไปจากการ
วิ่งรอก ของนักร้องคาเฟ่ในกรุงเทพ ชีวิตของเกอิชาจึงตึงเครียดอยู่เสมอ
ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ต้องแสร้งเอาใจลูกค้าสารพัดแบบ
ต้องทนอยู่กับกลิ่นเหล้าสาเก กลิ่นบุหรี่ กลิ่นอาเจียน และการลวนลามของลูกค้า
โดยเฉพาะลูกค้าใหม่ที่ใช่ลูกค้าประจำ

เกอิชาบริการเอาใจลูกค้าทุกอย่าง แม้กระทั่งเดินตามไปเปิดประตูห้องน้ำให้
แต่เกอิชาจะไม่ยอมไปนอนกับลูกค้าเด็ดขาด



เพราะเกอิชาไม่ใช่โสเภณี แต่เป็นผู้หญิงเหมือนคนธรรมดาสามัญทั่วไป
เกอิชาย่อมมีความรักได้ โดยเฉพาะเกอิชาซึ่งเต็มไปด้วยความเหงา ไร้ชีวิตส่วนตัว
ความรักที่แท้จริงกับชายจึงเป็นสิ่งที่เกอิชาทุกคนแสวงหา
ชีวิตจึงอาจจะมีโอกาสสุขสมบูรณ์เหมือนหนังญี่ปุ่นทั่วไปบ้าง
เกอิชาส่วนใหญ่จบชีวิตลงด้วยความว้าเหว่ ผิดหวังในความรัก
ไม่มีผู้ชายคนใดจะรักเกอิชาจริงจัง พบแต่คำหวานหลอกลวง
เพราะผู้ชายทุกคนที่มาติดเกอิชาต่างก็ต้องการได้เชยชมเกอิชาด้วยกันทั้งนั้น
ผู้ชายญี่ปุ่นมองเกอิชาเป็นของเล่น เป็นหญิงบำเรอความเหงา และความขลาดทางเพศของตนเอง

มีธรรมเนียมอีกอย่างหนึ่งที่เกอิชาจำต้องยอมรับ
ซึ่งดูแล้วไม่ต่างอะไรกับการเป็นโสเภณีชั้นสูง หรือไม่ก็ภรรยาเก็บธรรมดาๆของคนรวย
เรียกธรรมเนียมนี้ว่า
ดันนา (Danna) โดยผู้ชายที่มั่งคั่งร่ำรวย
จะประมูลเอาตัวเกอิชาที่ชื่นชอบไปเป็นคู่นอนขาประจำ โดยจ่ายเงินให้กับสำนักเกอิชา
ตามสัญญาที่จะตกลงกัน อาจคล้ายกับพิธี
มิซูอาเกะ แต่มิซูอาเกะเป็นการมีเพศสัมพันธ์
กับเกอิชาที่เป็นสาวบริสุทธิ์ครั้งแรกครั้งเดียว จ่ายเงินครั้งเดียว แล้วเป็นอันจบ
ไม่มีสายสัมพันธ์ต่อเนื่อง แต่
ดันนา
เป็นความสัมพันธ์ยาวนานจนกว่าฝ่ายชายจะบอกเลิก

ชีวิตของเกอิชานั้นไม่มีทางเลือก เพราะการเข้ามาอยู่สำนักเกอิชานั้น ก็มาด้วยการซื้อขาย
เพราะความยากจน การใช้ชีวิต การอาศัยกินอยู่หลับนอนในโอกิย่า ค่าใช้จ่ายในการเข้าโรงเรียน
ล้วนแล้วแต่ถูกลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนสร้างเกอิชาทั้งนั้น
ทำผิดแต่ละครั้ง แต่ละเรื่องก็บันทึกลงบัญชีเป็นค่าปรับหมด

ดังนั้น ชีวิตของเกอิชาในโอกิย่าจึงเป็นเสมือนทาสในเรือนเบี้ย ต้องทำงานชดเชยหนี้สิน
ที่พอกพูนมาตั้งแต่ราคาค่าซื้อตัวครั้งแรก เริ่มที่พ่อแม่ขายตัวเอง จนหลายเป็นเกอิชาแห่งสำนักเกอิชา
เกอิชาจึงต้องก้มหน้าก้มตาใช้หนี้สินให้คุณยายแห่งสำนักต่อไป

ชีวิตเกอิชานั้นไม่มีทางเลือกจริงๆ ซายูริรำพันว่าที่เลือกได้เพียงอย่างเดียวคือ
จะเลือกใส่กิโมโนสีอะไร
เท่านั้นเอง

ชีวิตของเกอิชา เริ่มต้นเหมือนน้ำที่ไหลตกกระทบหินแล้วกระจายไปตามแรงกระทบ
ไหลต่อไปตามทางที่บังคับโดยธรรมชาติ จากที่สูงลงที่ต่ำ
ไปตามร่องน้ำที่ธรรมชาติกำหนดไว้แล้ว

พอถึงปลายทางของชีวิต ก็เหมือน
ปลานอนหงายท้องล่องลอยไปตามลำธารน้ำ


ซายูริ เรียกชีวิตของเธอตามสำนวนญี่ปุ่นว่า
ชีวิตแบบหัวหอม (Onion Life)

ค่อยๆปอกเปลือกและกลีบ เนื้อหัวหอมออกทีละชิ้น ทีละชั้น ทีละชิ้น ทีละชั้น...

....ปอกไปพลาง...น้ำตาไหลไปพลาง.....

เมื่อแกะหัวหอมออกหมด...
น้ำตาไหลจนหมดสิ้นแล้ว...
ชีวิตเกอิชาก็จบพอดี.....
ชีวิตเกอิชาก็เป็นเช่นนี้...


ขอบคุณ : คู่สร้างคู่สม ฉบับวันที่ 10-20 กุมภาพันธ์ 2549 (คอลัมพ์ : ชาวคู่ฯดูหนัง ของ สมเกียรติ อ่อนวิมล)
รูปภาพ :
www.google.com




...เหอๆ....ไหนๆก็จะกลับกทม.และ ก็เลยทิ้งท้ายไว้หน่อยนึง (..หน่อยนึงหรอเนี่ย..?...)
ตอนนี้กำลังสนเรื่องเกี่ยวกับเกอิชา ก็เลยพิมพ์มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันน่ะจ้า
หวังว่าคงได้ความรู้กันไปไม่มากก็น้อยนะ ♥

ไปแล้วจ้า~~เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ ♪


Comment

Comment:

Tweet


ในเกมส์ SHOGUN...
GEiSHA เป็นนักฆ่าอ่ะ แถมเก่งก่านินจาอีก...
#5 by 13th At 2006-02-26 03:58,
โอ เยี่ยม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
อยากให้ทุกคนเขียนบทความแบบนี้ ชอบอ่านนนนนน
ขำตรงที่ไม่จัดดอกไม้ กร้ากกก

ส่วนหนังไปดูมาแล้วประทับใจมากจ้า >[]<
แฮปปี้วาเลนไทนืเน้อออ
#4 by plariex At 2006-02-14 03:12,
ช่ายเลย พอเราบอกอยากไปดูเรื่องนี้

แม่บอกไปดูทำไมหนังโสเภณี เรานี่นิ่งไปเลย เอิ๊ก ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดแบบนี้เลย บู่ๆ

อยากดูมากๆ เลยหนังเรื่องนี้ สงสัยต้องรอดีวีดีออกท่าเดียว ฮือ T^T
#3 by ★ GenZo ★ At 2006-02-13 03:52,
นี่แหละ เกอิชาใครที่บอกว่าเป็นโสเภนี มันมะได้ใช่ซะหน่อย

ผู้หญิงน่ะ ไม่ใช่ของเล่นนะเฟ้ย
เอ อยากดู แต่ท่าทางต้องรอแผ่น เพราะกว่าจะว่าง
คงออกโรงแล้ววว

Sumiyo Valentine
View full profile